มูลนิธิโรงพยาบาลราชวิถี ยินดีต้อนรับ

เกี่ยวกับ “ศูนย์การแพทย์ราชวิถี”

การบริจาคสมทบทุน “ศูนย์การแพทย์ราชวิถี”

  “โรงพยาบาลราชวิถี” ชวนคนไทยร่วมบริจาคซื้อเครื่องมือแพทย์และสร้างอาคารศูนย์การแพทย์ กับโครงการ “รพ.ราชวิถี ดีต่อใจ ได้ต่อบุญ” รพ.ราชวิถี ชวนคนไทยร่วมเป็นส่วนหนึ่งในพลังแห่งการให้ครั้งสำคัญกับโครงการ ‘รพ.ราชวิถี ดีต่อใจ ได้ต่อบุญ’ ระดมทุนจัดซื้อเครื่องมือแพทย์และสร้างอาคารศูนย์การแพทย์ราชวิถีแห่งใหม่ เพื่อให้เพียงพอกับความต้องการของผู้ป่วยที่ด้อยโอกาสจากทั่วประเทศให้ทั่วถึง รองรับกว่า 1,500,000 ชีวิตต่อปี ภายใต้แนวคิด “โรงพยาบาลที่อาจลืม” ชี้เป็นโรงพยาบาลที่พึ่งของคนไทยทุกกลุ่มทั้งประเทศจากทุกภูมิภาค รับส่งต่อผู้ป่วยใหญ่ที่สุดของกรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข แต่เป็นโรงพยาบาลที่คนส่วนใหญ่นึกไม่ถึง เผยยังขาดแคลนเครื่องมือแพทย์อยู่อีกมาก อาทิ เครื่องช่วยหายใจ เตียงผ่าตัด โคมไฟผ่าตัด เครื่องอัลตร้าซาวน์ เครื่องล้างไต ห้องผู้ป่วยวิกฤติ (ICU) และเตียงผู้ป่วย มั่นใจโรงพยาบาล ยังคงศักยภาพ ความเชี่ยวชาญ พร้อมมุ่งสู่ความเป็นเลิศในระดับสากลเพื่อสุขภาพและคุณภาพชีวิตที่ดีของประชาชนต่อไป ชูความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีใหม่ๆทั้งผ่าตัดด้วยหุ่นยนต์ ผ่าตัดทางกล้องและผ่าตัดแบบแผลเล็กกลับบ้านได้เร็ว ตามพระราชดำริด้านสาธารณสุข “เข้าใจ-เข้าถึง-พัฒนา” ดังนั้น จึงขอเชิญชวนคนไทยทุกคนร่วมกันบริจาคฯ คาดเปิดให้บริการได้กลางปีหน้า


  นพ.มานัส โพธาภรณ์ ผู้อำนวยการ โรงพยาบาลราชวิถี เปิดเผยว่า ราชวิถีเป็นโรงพยาบาลในสังกัดกรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข ได้เปิดให้บริการด้านการแพทย์และดูแลสุขภาพคนไทยมากว่า 66 ปี โดยถือกำเนิดครั้งแรกเมื่อวันที่ 16 เมษายน 2494 โดยมีชื่อว่า “โรงพยาบาลหญิง” เนื่องจากเป็นโรงพยาบาลเฉพาะสตรีและเด็กแห่งแรกของประเทศไทยต่อมาในปี 2519 ได้รับการปรับเปลี่ยนให้เป็นโรงพยาบาลที่รักษาโรคทั่วไป ไม่จำกัดเฉพาะ เพศและอายุอีกต่อไปโดย พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช รัชกาลที่ 9 ทรงพระกรุณาโปรดเกล้า โปรดกระหม่อม พระราชทานนามใหม่ว่า” โรงพยาบาลราชวิถี” ปัจจุบันเป็นศูนย์รับส่งต่อผู้ป่วยที่มีขนาดใหญ่ที่สุดของกรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข รับส่งต่อผู้ป่วยโรคที่มีความซับซ้อนจากโรงพยาบาลต่างๆทั่วประเทศ ที่ตั้งอยู่ใจกลางกรุงเทพมหานคร และมีความเชี่ยวชาญให้บริการทางการแพทย์เฉพาะทางด้วยการฝึกอบรมแพทย์ ผลิตบุคลากรทางการแพทย์ทีมีคุณภาพสู่สังคมไทย เพื่อหวังให้คนได้รับการรักษาที่ดีมีคุณภาพ และเข้าถึงการรักษาได้อย่างเท่าเทียมกัน โดยไม่เลือกฐานะหรือชนชั้น

  “โรงพยาบาลราชวิถี อาจเป็นโรงพยาบาลที่หลายคนอาจลืมหรือนึกไม่ถึงว่าจะขาดแคลน แต่ในความเป็นจริงเราเป็นโรงพยาบาลที่พึ่งของคนไทยทั้งประเทศจากทุกภูมิภาคโดยเฉพาะผู้ป่วยด้อยโอกาส รองรับผู้ป่วยนอกมากกว่า 1,000,000 ชีวิตต่อปี และผู้ป่วยในอีกกว่า 40,00 ชีวิตต่อปี กับขนาด 1,200 เตียง และหมอเพียง 250 คน และจำนวนผู้ป่วยยังมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ข้อมูลในปี พ.ศ. 2559 พบว่า แพทย์ 1 คน ต้องดูแลผู้ป่วยในถึง 161 คน ส่วนผู้ป่วยนอก แพทย์ 1 คนต้องดูแลผู้ป่วยนอกถึง 3,996 คนสูง ซึ่งเป็นภาระที่หนักมากกว่าโรงเรียนแพทย์อื่นๆอีกหลายแห่ง บางครั้งหมอเราต้องทำงานติดต่อกันกว่า 32 ชั่วโมง แต่โรงพยาบาลราชวิถีเองก็ทำการรักษาผู้ป่วยอย่างเต็มความสามารถ เพื่อหวังให้ผู้ป่วยหายจากความทุกข์ และสามารถกลับไปใช้ชีวิตได้ตามปกติ โดยไม่เคยปฏิเสธการรักษาผู้ป่วย ไม่ว่าจะเป็นผู้ป่วยที่ส่งต่อมาจากโรงพยาบาลต่างๆ ทั่วประเทศ และผู้ป่วยในของโรงพยาบาลราชวิถีเอง ประกอบกับการตอบรับนโยบายโครงการประกันสุขภาพจากทางภาครัฐ จึงทำให้พื้นที่เดิมของโรงพยาบาลเกิดความแออัด และอาจทำให้ผู้ป่วยต้องรอเพื่อทำการรักษาค่อนข้างนาน ประกอบกับอาคารต่างๆ ที่เปิดทำการรักษามาเป็นเวลานานจึงทำให้ทรุดโทรมลงตามกาลเวลา เราจึงจำเป็นต้องขยายสถานที่และนำระบบเทคโนโลยีเข้ามาใช้มากขึ้นเพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการรักษา ช่วยให้ผู้ป่วยได้รับบริการที่ดีและรวดเร็วขึ้น หมอและบุคคลากรก็ไม่โหลดจนเกินไป” ผู้อำนวยการ โรงพยาบาลราชวิถี กล่าวและเสริมว่า

  อาคารศูนย์การแพทย์ราชวิถีแห่งใหม่ เป็นอาคารสูง 25 ชั้น งบประมาณในการก่อสร้าง1,935 ล้านบาท โดยได้รับงบประมาณจากรัฐบาล และเงินรายได้ของโรงพยาบาลสมทบในการก่อสร้าง โดยอยู่ในระหว่างดำเนินการก่อสร้าง ซึ่งคาดว่าจะสามารถเปิดให้บริการได้ประมาณกลางปี พ.ศ. 2561 จะช่วยให้ผู้ป่วยสามารถเข้าถึงบริการทางการแพทย์ที่ดีขึ้น ช่วยลดความแออัดในการมารอรับบริการเนื่องจากการขยายสถานที่ และจำนวนเตียงที่เพิ่มขึ้น ซึ่งประกอบด้วย ห้องผู้ป่วยนอกทุกสาขาโรค ศูนย์การตรวจและรักษาโรคเฉพาะทางครบวงจรตามมาตรฐานสากล ห้องผ่าตัดอัจฉริยะ ศูนย์ผ่าตัดด้วยหุ่นยนต์ ศูนย์ไตเทียมเทคโนโลยีใหม่ และศูนย์ความเป็นเลิศทางการแพทย์ (Center of Excellent) อีก 8 ศูนย์ ได้แก่ ศูนย์ความเป็นเลิศเฉพาะทางด้านหัวใจและหลอดเลือด ศูนย์ความเป็นเลิศเฉพาะทางด้านโสต ศอ นาสิก ศูนย์ความเป็นเลิศเฉพาะทางด้านการผ่าตัดทางกล้อง ศูนย์ความเป็นเลิศเฉพาะทางด้านสูตินารีเวช ศูนย์ความเป็นเลิศเฉพาะทางด้านอุบัติเหตุ ศูนย์ความเป็นเลิศเฉพาะทางด้านโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง(NCD) ศูนย์ความเป็นเลิศเฉพาะทางด้านการปลูกถ่ายอวัยวะ และศูนย์ความเป็นเลิศเฉพาะทางด้านจอประสาทตา ซึ่งจะสามารถรองรับผู้ป่วยนอกได้เพิ่มขึ้นจากปีละ 1 ล้านเป็น1.5 ล้านคน หรือวันละประมาณ 6,000 คน มีเตียงรองรับผู้ป่วยในได้ 400 เตียง ผู้ป่วยวิกฤติได้รับการดูแลที่ดีขึ้นเนื่องจากมีเตียง ICU เพิ่มอีก 64 เตียง และห้องผ่าตัดเพิ่ม 11 ห้อง

  นอกจากนี้ จะช่วยให้ผู้ป่วยสามารถเข้าถึงเทคโนโลยีการแพทย์ที่ทันสมัย ครบวงจร การนำเทคโนโลยีที่ทันสมัยมาช่วย อาทิ การผ่าตัดทางกล้อง และการผ่าตัดแบบแผลเล็ก กลับบ้านได้เร็ว รวมถึงการผ่าตัดด้วยหุ่นยนต์ ที่มองเห็นแบบระบบ 3 มิติ เป็นการผ่าตัดแบบความละเอียดสูงควบคุมโดยศัลยแพทย์ ลดภาวะแทรกซ้อนในการผ่าตัดได้หลายโรค เช่น การผ่าตัดรักษามะเร็งช่องปาก ลำคอ มะเร็งต่อมลูกหมาก มะเร็งนรีเวช มะเร็งตับและทางเดินน้ำดี และการผ่าตัดกระดูกสันหลังและคอ โดยต้องใช้งบประมาณ 200 ล้านบาท อีกทั้ง ยังมีการนำระบบ IT มาใช้ เพื่อลดขั้นตอนและระยะเวลารอคอยซึ่งเป็นปัญหาหลักของโรงพยาบาลรัฐที่ผู้มารับบริการต้องการให้แก้ไขมากที่สุดเพื่อให้การดูแลรักษาพยาบาลผู้ป่วยได้เต็มศักยภาพ และสะดวกรวดเร็วยิ่งขึ้น เช่น การทำประวัติ ทำทะเบียนผู้ป่วย นัดหมาย จองเตียงออนไลน์ เรียกคิวตรวจผ่านมือถือ เป็นต้น

  อย่างไรก็ตาม โรงพยาบาลราชวิถียังขาดแคลนงบประมาณอีกกว่า 500 ล้านบาท ในการก่อสร้างอาคารศูนย์การแพทย์ และการจัดซื้อเครื่องมือทางการแพทย์ รพ.ราชวิถีแห่งใหม่นี้ อาทิ เครื่องช่วยหายใจ (ราคาประมาณ 1.2 ล้านบาทต่อเครื่อง) เครื่องอัลตร้าซาวน์ (ราคาประมาณ 6.8 ล้านบาทต่อเครื่อง) เตียงผู้ป่วยแบบไฟฟ้า (ราคาประมาณ 6 หมื่นบาทต่อเตียง) เตียงผ่าตัด (ราคาประมาณ 1.7 ล้านบาทต่อเตียง) โคมไฟผ่าตัด ( ราคาประมาณ 2.8ล้านบาทต่อโคม ) เครื่องไตเทียม (ราคาประมาณ 1.6 ล้านบาทต่อเครื่อง) เครื่องควบคุมอุณหภูมิกายสำหรับผู้ป่วยวิกฤติ (ราคาประมาณ 9 แสนบาทต่อเครื่อง) เป็นต้น

  โดยการบริจาคสมทบทุนมูลนิธิโรงพยาบาลราชวิถี โดย “บริจาคสมทบทุนอาคารศูนย์การแพทย์ราชวิถี” และ โอนเงินเข้าบัญชีออมทรัพย์ ชื่อบัญชี “ศูนย์การแพทย์ราชวิถี ในมูลนิธิโรงพยาบาลราชวิถี” ทางธนาคารต่างๆ ดังนี้


- ธนาคาร ไทยพาณิชย์ จำกัด สาขาโรงพยาบาลราชวิถี บัญชีเลขที่ 051-2-69056-1
- ส่งเงินทางธนาณัติ ในนาม มูลนิธิโรงพยาบาลราชวิถี” ปณ.ราชเทวี 10401
- เช็ค สั่งจ่ายในนาม “ศูนย์การแพทย์ราชวิถี ในมูลนิธิโรงพยาบาลราชวิถี”
- บริจาคผ่าน บริษัท เคาน์เตอร์เซอร์วิส จำกัด (ร้าน Seven Eleven)


  (กรณีโอนเงินบริจาคผ่านะนาคาร ขอให้ส่งสำเนาสลิปฝากเงินได้ที่ เบอร์แฟกซ์ 02-354-7996 หรือส่ง E-mail : rajavithihospitalfoundation@gmail.com ระบุชื่อ-นามสกุลผู้บริจาค พร้อมที่อยู่ที่สามารถติดต่อได้ เเละระบุวัตถุประสงค์ของการบริจาค เพื่อมูลนิธิฯ จะได้จัดส่งใบเสร็จรับเงินให้ท่าน เพื่อนำไปลดหย่อนภาษีได้ประจำปีนั้น)


  ในช่วงรณรงค์หารายได้สมทบทุนศูนย์การแพทย์ราชวิถีนี้ มูลนิธิโรงพยาบาลราชวิถีร่วมกับโรงพยาบาลราชวิถีได้กำหนดหลักเกณฑ์สำหรับการบริจาคไว้ว่า “ผู้บริจาคซึ่งถือเป็นผู้อุปการคุณของมูลนิธิโรงพยาบาลราชวิถี” นอกจากจะได้รับสิทธิประโยชน์ต่างๆ จากการบริจาคแล้ว ยังจะได้รับการจารึกชื่อไว้ในอาคารศูนย์การแพทย์ราชวิถี ตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดไว้

หากต้องการทราบรายละเอียดเพิ่มเติม กรุณาติดต่อสอบถามได้ที่มูลนิธิโรงพยาบาลราชวิถี โทรศัพท์ 0-2354-7997-9

ร่วมบริจาคกับมูลนิธิโรงพยาบาลราชวิถี